🔍 เคยสงสัยกันไหม! ว่าปลาคาร์ปมีกี่สายพันธุ์ แล้วแต่ละสายพันธุ์มีชื่อเรียกว่าอะไรกันบ้าง ? เพราะหากลองสังเกต จะเห็นได้ว่า ปลาคาร์ปแต่ละตัวมีสีสัน ลวดลาย และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป หากจะให้นับสายพันธุ์ทั้งหมดในปัจจุบัน จะบอกว่ามีมากถึง 100 สายพันธุ์เลยล่ะ ซึ่งปลาคาร์ปเป็นปลาที่จัดอยู่ในประเภทปลาน้ำจืดกลุ่มปลาตะเพียน มีต้นกำเนิดมาจากปลาไนที่เกิดและอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดทั่วโลก ประเทศญี่ปุ่นมีการค้นพบและศึกษา มานานกว่า 200 ปีหลังคริสต์ศตวรรษ ผู้คนจึงนิยมเลี้ยงไว้ดูเล่น ชมความสวยงาม และเสริมสิริมงคล มาจนถึงปัจจุบัน ที่เริ่มมีการนำปลามาประกวดแข่งขันโชว์ความสวยโดดเด่นของแต่ละสายพันธุ์อย่างทั่วหลาย จนเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้น
เกรดของปลาคาร์ป
- เกรดเลี้ยงสวยงาม 🎣 ทั้งในไทยและนำเข้าจากญี่ปุ่น มีทั้งเกรดสวย สวยมาก และเกรดทั่วไป ที่มักจะถูกนำไปเลี้ยงตามสถานที่ท่องเที่ยวหรือคาเฟ่ ร้านอาหารต่าง ๆ ซึ่งมีราคาตั้งแต่หลักร้อยต้น ๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นปลาเพาะพันธุ์ในไทย จนไปถึงหลักหมื่น มักดูที่ความคุ้มค่าของราคาและสีสันเป็นหลัก
- เกรดคัดคุณภาพ 🐟 ปลาที่มีแนวโน้มพัฒนาการดี มีลักษณะโครงสร้างดูดี สีสันลวดลายชัดเจน แต่อาจจะยังไม่สวยเป๊ะเท่าปลาประกวด พวกนี้มักจะถูกเลี้ยงเพื่อปั้นไว้สำหรับการลงประกวดในอนาคต ซึ่งมีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนได้
- เกรดประกวด 🎏 นิยมเลี้ยงปลาคาร์ปจากญี่ปุ่น ที่มีความสวยงามในเรื่องสี ลาย และโครงสร้างของตัวปลาที่โดดเด่น สง่างาม หรือเรียกโดยรวมว่ามีคุณภาพที่ดีตามพิมพ์นิยมของแต่ละสายพันธุ์ ซึ่งเกรดนี้มีราคาให้ได้เห็นกัน ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักล้านเลยทีเดียว
กลุ่มของปลาคาร์ป
เป็นที่ทราบกันดีว่าตามงานประกวด ปลาคาร์ปจะมีการแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือ
- Gosanke ที่ประกอบไปด้วย 3 สายพันธุ์หลัก อย่าง Kohaku (โคฮาคุ), Showa (โชว่า) และ Sanke (ซังเก้)
- Non Gosanke ปลาคาร์ปทุกสายพันธุ์ที่นอกเหนือจาก 3 สายพันธุ์ใน Gosanke เช่น Goshiki, Asagi, Shusui, Ochiba, Chagoi และสายพันธุ์อื่น ๆ อีกมากมาย
นอกจากนี้ปลาคาร์ปยังถูกแยกตามผิวและเกร็ดได้อีกด้วย โดยแบ่งเป็น
- Doitsu (ดอยซ์สึ) ปลาคาร์ปประเภทที่ไม่มีเกล็ด หรือ บางตัวมีเกล็ดขนาดใหญ่เรียงเป็นแถวแต่ไม่โผล่พ้นหนังตามข้างลำตัวและบนหลัง หลาย ๆ คนเรียกว่า "ปลาหนัง" ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีต้นกำเนิดมาจากเยอรมัน ถูกนำเข้ามายังประเทศญี่ปุ่นในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ในตอนนั้นปลาคาร์ปถูกนำมาเพื่อใช้เป็นหนึ่งในวัตถุดิบประกอบอาหารบนเรือขนส่งสินค้าที่เดินทางจากเยอรมันมายังญี่ปุ่น และเมื่อถึงจุดหมายปลาที่เหลือถูกปล่อยลงบ่อ ก่อนจะมีการผสมพันธุ์และขยายพันธุ์มาเป็นกลุ่มปลาคาร์ปไม่มีเกล็ด อย่าง Doitsu Kohaku, Doitsu Showa, Doitsu Sanke และ Doitsu Shiro Utsuri ที่สวยงามอย่างปัจจุบันนี้
- Ginrin (กินริน) กลุ่มปลาคาร์ปที่มีเกล็ดเงา แวววาว อีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยม ด้วยเอกลักษณ์ที่มีเกล็ดสะท้อนสีทอง - เงิน แวววาวระยิบระยับ โดยเฉพาะเวลาที่โดนแดด จะสวยโดดเด่นมาก ส่วนปลาคาร์ปพันธุ์อื่น ๆ ที่มีลักษณะเกล็ดสะท้อน ก็จะถูกเรียกชื่อขึ้นต้นว่า Ginrin เช่น Ginrin Kohaku, Ginrin Benigoi, Ginrin Goshiki เป็นต้น และสามารถแยกกลุ่มย่อยของ Ginrin ไปได้อีก 4 กลุ่ม ได้แก่ Diamond Ginrin, Pearl Ginrin, Beta Ginrin และ Kado Ginrin
เอาล่ะ! จะมีพันธุ์อะไรโดดเด่นและน่าสนใจบ้างนั้น ตามเรามาดูความสวยงามของปลาคาร์ปสายพันธุ์ต่าง ๆ ที่เราคัดมาให้ชมกันดีกว่า
Kohaku (โคฮากุ)

สายพันธุ์โคฮากุ มีลักษณะเด่น คือ จะมีเพียง 2 สีเท่านั้นบนตัวปลา ได้แก่ สีแดงและสีขาว ว่ากันว่าปลาคาร์ปญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักมีต้นกำเนิดมาจากพันธุ์โคฮาคุ ซึ่งสามารถมีได้หลายรูปทรงของลายสีแดงที่ดูสมดุลกันทั้งฝั่งซ้ายและขวา แบ่งเป็นแบบ 2 ตอน (nidan), 3 ตอน (Sandan), 4 ตอน (Yondan) หรือ เส้นซิกแซกเหมือนสายฟ้า (Inazuma) แต่บริเวณครีบและหางควรจะขาวสะอาดไม่มีสีแดงมาปน เป็นสายพันธุ์หนึ่งที่ผู้คนนิยมเลี้ยงเป็นอย่างมาก
Showa (โชว่า)

สายพันธุ์โชวะหรือ โชว่า มีลักษณะเด่น คือ มี 3 สี ได้แก่ ดำ, แดง, ขาว และมักจะมีสีดำบริเวณโคนครีบว่ายทั้ง 2 ข้าง เป็นความสมดุลของสีที่ดูสวยงามมาก ๆ จึงไม่แปลกใจเลยว่า นี่คืออีกสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยส่วนมากสายพันธุ์นี้ มักมีสีดำคาดผ่านหัวเป็นแนวเฉียงและมีสีแดงอยู่ตรงบริเวณหัว สีดำของโชว่า มักจะพาดตั้งแต่บริเวณลำตัวขึ้นมา ส่วนสีดำของซังเก้ มักจะมีอยู่แค่บริเวณบนหลัง นี่เป็นอีกข้อสังเกตุชัด ๆ ที่ทำให้แยกออกได้ง่ายระหว่าง 2 สายพันธุ์
Taisho Sanshoku หรือ หรือ Sanke (ไทโชซันโชกุ หรือ ซังเก้)

สายพันธุ์ไทโชซันโชคุ หรือ ซังเก้ เป็นปลาที่มี 3 สี เช่นเดียวกับ โชว่า แต่จะมีความแตกต่างตรงที่ บริเวณโคนครีบไม่มีสีดำ หรือหากมีจะไม่เป็นดำแผงใหญ่ จะมีก็แค่เป็นดำเส้น ๆ วิ่งตามแนวเท่านั้น โดยส่วนใหญ่แล้ว สีดำมักจะอยู่แค่บริเวณหลัง ไม่ผาดผ่านลำตัวเหมือนโชว่า
Shiroutsuri (ชิโระ อุสึริ)

สายพันธุ์ชิโระ อุสึริ หรือ ชิโร่ อุสึริ หรือมักเรียกสั้น ๆ กันว่า "ชิโร่" หนึ่งในปลาคาร์ปกลุ่ม Utsurimono ที่มีลักษณะเฉพาะและสวยงาม มีลักษณะเด่น คือ สีพื้นหลังของ Shiro Utsuri จะเป็นสีดำที่กระจายทั่วตัวปลา ลวดลายสีขาวจะปรากฏตัดกับสีดำพื้นลำตัว ทำให้ปลามีความโดดเด่นและสวยงาม สะอาดตา ราวกับภาพวาดหมึกดำบนเฟรมผ้าใบ
Goshiki (โกชิกิ)

สายพันธุ์โกชิกิ เป็นปลาคาร์ปที่มีความสวยงามโดดเด่นด้วยสีสันที่หลากหลาย มีการแบ่งสีหลักออกเป็น 5 สี ประกอบไปด้วยสีขาว, สีแดง, สีดำ, สีน้ำเงินอ่อน, และสีเทา ลวดลายของปลาสายพันธุ์นี้จะมีความซับซ้อนอย่างสวยงาม เป็นสายพันธุ์ที่มีความท้าทายในการเลี้ยง หากอยากเลี้ยงให้สวยงาม ต้องให้คงความเข้ม และความสม่ำเสมอของสีไว้ให้ได้ นอกจากนี้ยังมีชื่อเรียกตามลักษณะรูปลักษณ์ของสีและลวดลายอีกด้วย อาทิ มาเมะชิโบริ-โกชิกิ, โกชิกิดำ, โกชิกิ-ซันโชคุ และ โกชิกิ-โชวะ
Kumonryu (คุมองริว)

สายพันธุ์คุมองริว เป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะเฉพาะชัดเจนของเยอรมัน ที่แทบจะไม่มีเกล็ดเลย มีลวดลายสีดำเข้มพาดผ่านลำตัวสีขาวหรือสีเงินอย่างเอกลักษณ์ มีความคล้ายเมฆ หมอก ไม่สมมาตร ซึ่งลวดลายของสายพันธุ์นี้จะเหมือนเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา สามารถปรับเปลี่ยนได้ง่ายตามอุณหภูมิของน้ำและสภาพอากาศ อาจสีเข้มในอุณหภูมิที่ต่ำและจางลงได้ในอุณหภูมิที่สูง
Shusui (ชูซุย)

สายพันธุ์ชูซุย พันธุ์ผสมระหว่างอาซากิ(Asagi) กับโดอิทสึโกย(Doitsugoi) มีลักษณะเด่นที่เกล็ดเดี่ยวชัดเจนบริเวณศีรษะไปจนถึงหางตามแนวสันหลัง ลายเกล็ดควรเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบและสม่ำเสมอ บริเวณหัวไม่ควรเป็นสีเข้มหรือขุ่นมัว สีพื้นฐานเป็นสีน้ำเงินอมฟ้า และมักมีแถบสีแดงหรือสีส้มที่สมดุลกัน ทั้งบริเวณแก้ม ครีบ และท้อง
Asagi (อาซากิ)

สายพันธุ์อาซากิ โดยมีพื้นผิวสีฟ้า - น้ำเงินเป็นหลัก และมีลายเกล็ดที่โดดเด่นเป็นพิเศษคล้ายตาข่ายทั่วลำตัว ให้การสะท้อนแสงเป็นลายละเอียดงดงามอย่างเป็นเอกลักษณ์ มักมีสีแดงหรือส้มที่ครีบและท้อง ศีรษะมักจะเป็นสีขาวหรือสีลูกกวาด ไม่เข้มไม่ขุ่น เรียบตัดกับลวดลายบริเวณลำตัวปลาอย่างชัดเจน ดูสดใสและมีชีวิตชีวา
Koromo (โคโรโม)

สายพันธุ์โคโรโม หรือ โคโรโมะ เกล็ดสีแดงมีรูปทรงครึ่งวงกลมและย้อมสีครามหรือสีดำ ชื่อโคโรโมะมาจากลวดลายของเกล็ดที่พัฒนามาจากโคฮาคุ (Kohaku) มีการแบ่งสายพันธุ์ย่อยตามสีของลวดลายบนตัว อาทิ ไอ-โคโรโมะ, บูโด-โคโรโมะ นอกจากนี้ยังมี โคโรโมะ-ซันโชคุ ซึ่งมีสีครามทับซ้อนกับลวดลายสีของ ไทโช-ซันโชคุ และ โคโรโมะ-โชว่า ซึ่งมีลวดลายสีส้มแดงทับซ้อนด้วยสีครามอย่าง โชว่า-ซันโชคุ แต่สีครามไม่เด่นเท่า
Tancho (ทันโช)

สาายพันธุ์ทันโช โดยทั่วไปหากเรียกว่า ทันโช จะหมายถึง Tancho Kohaku (ตันโจ โคฮากุ) สายพันธุ์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยลำตัวสีขาวเนียน มีวงกลมสีส้มแดงสม่ำเสมอเพียงบริเวณศีรษะเท่านั้น เป็นอีกสายพันธุ์ที่เป็นที่นิยมมาก ๆ เพราะมองแล้วชวนให้นึกไปถึงลายธงชาติประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทันโช มีอีกหลายสายพันธุ์ที่แตกแขนงออกไปได้อีกเยอะ หากลำตัวไม่ใช่สีขาวเนียน เช่น ทันโช-โชว่า, ทันโช-ซังเก้, ทันโช-โกชิกิ, ทันโช-คูจาคุ เป็นต้น ให้ยึดตามวงกลมสีส้มแดงที่บริเวณศีรษะเป็นหลัก หากมีสีส้มแดงสม่ำเสมอที่บริเวณนี้ ก็ตีได้ว่าเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มาจากทันโชแน่นอน
Kujaku (คูจาคุ)

สายพันธุ์โคจาคุ มีลักษณะเด่นที่ลำตัวแวววาว เมทัลลิก ดังโลหะที่มีเกล็ดคล้ายตาข่ายเงางามทั่วลำตัว แต่บริเวณหัวจะเกลี้ยงเกลา มีสีพื้นมากมาย อาทิ สีขาว-เงิน สีส้ม-แดง และสีเหลือง โดยส่วนใหญ่ที่พบเห็นได้บ่อยสุดในพันธุ์นี้ จะมีลักษณะลำตัวเป็นดังตาข่ายสีขาวเงิน แต่งแต้มลวดลายทับซ้อนด้วยสีส้มแดงอย่างสมดุลกันตามแนวลำตัว สวยงาม
Kin Showa (คิน โชว่า)

สายพันธุ์คิน โชว่า มีลักษณะเด่นที่ผิวหนังเงางามเป็นประกายดังเมทัลลิก มีสีแดง - ดำ - ขาว คล้ายกับพันธุ์ Showa ทุกประการ ต่างเพียงแค่พื้นผิวตัวที่มีความเงาสะท้อนแสงไม่ด้าน เป็นพันธุ์ที่กำเนิดมาจากโชว่าผสมกับปลาที่ผิวแวววาวเล่นแสงอย่างกลุ่มฮิคาริโมโน มักมีสีดำที่โดดเด่นชัดเจน ในบริเวณหัว ลำตัว และครีบ
Kikusui (คิคุซุย)

สายพันธุ์คิคุซุย ปลาคาร์ปประกายแสง แวววาว มีลักษณะเด่นที่ไร้เกล็ด พื้นผิวขาวเงินเมทัลลิกและแต่งแต้มด้วยลายสีแดง/ส้มพาดผ่านลำตัวอย่างสวยงาม ไม่มีสีดำหรือจุดด่างเข้ามาแซม เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างโดอิตสึ โคฮากุ (Doitsu Kohaku) และ แพลตทินัม โอกอน (Platinum Ogon) หรือ ปลาสีขาวล้วนเล่นแสงมีความเมทัลลิกและปลาไม่มีเกล็ดที่มีลวดลายสีแดงประดับอยู่บนลำตัวสีพื้นขาวนั่นเอง
Muji (มูจิ)

สายพันธุ์มูจิ คือชื่อเรียกทั่วไปของปลาคาร์ปญี่ปุ่นสีเดียวสะอาดตา ไม่มีลวดลายบนตัว ยิ่งมีสีสม่ำเสมอตั้งแต่เกล็ดแรกไปจนถึงครีบยิ่งราคาดี ที่พบเห็นส่วนใหญ่มักจะเป็น คาราชิโกอิ (Karashigoi) ที่มีลำตัวสีเหลือง, อากะมูจิ (Aka-muji) ลำตัวสีแดงสด, ชาโกอิ (Chagoi) สีน้ำตาลชาล้วน และชิโรมูจิ (Shiro-muji) สีขาวบริสุทธิ์พุดผ่องไปทั้งตัว เป็นต้น คุณสามารถพบเห็น"คาราชิโกอิ" ขนาดใหญ่เกิน 1 เมตรได้แบบไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ตามงานประกวดต่าง ๆ มักมีให้ชื่นชมอยู่บ่อยครั้ง
Matsukawabake (มัทซึกาวะบาเกะ)

สายพันธุ์มัทซึกาวะบาเกะ ปลาคาร์ปญี่ปุ่นที่มีความหลากหลายของสีเป็นจุดเด่น ผิวเรียบ มีเกล็ดเงางาม ลวดลายสีดำ-ขาวบนตัวสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาตามสภาพอากาศและอุณหภูมิของน้ำ เสมือนเราได้เลี้ยงปลาตัวใหม่อยู่ตลอดเวลา ช่วงนี้อาจจะมีสีดำที่เด่นชัด แล้ววันดีคืนดีอาจจะมีจุดที่สีดำเจือจางลงได้แบบทันตา จางตรงนี้ไปเข้มอีกตรงหนึ่งแทนขึ้นมาก็เป็นได้ การควบคุมอุณหภูมิน้ำจึงมีผลต่อปลาสายพันธุ์นี้แบบเห็นได้ชัดมาก ๆ เอกลักษณ์สุดเก๋ ที่แสนจะมีเสน่ห์ของสายพันธุ์นี้เลยล่ะ
Ochiba (โอจิบะ)

สายพันธุ์โอจิบะ โดดเด่นด้วยพื้นผิวลำตัวมีสีเทาหรือสีฟ้าอ่อน ๆ ประดับไปด้วยลายสีน้ำตาลส้ม ตั้งแต่บริเวณหัวไปจนถึงหางอย่างสมดุล ไม่มากจนลายล้นหรือน้อยจนเกินไป เอกลักษณ์สวยงามราวกับเป็นใบไม้แห้งที่ร่วงอยู่บนผิวน้ำ กำเนิดมาจากการผสมสายพันธุ์ระหว่าง ชากอย (Chagoi) ปลาคาร์ปสีชาน้ำตาล และ โซรากอย (Soragoi) ปลาคาร์ปสีเทาเงิน-เทาเมฆ นอกจากนี้ยังมีแบบเกล็ดสะท้อนแสง อย่าง Ginrin Ochiba และแบบไร้เกล็ด อย่าง Doitsu Ochiba ให้เลือกสะสม สำหรับคนที่ชอบสีใบไม้ร่วงสวย ๆ แบบนี้อีกด้วยนะ
โอกอน (Ogon)

สายพันธุ์โอกอน เป็นปลาคาร์ปที่ผิวเมทัลลิกมันวาว ไม่มีลวดลายเป็นส่วนใหญ่ ผู้คนนิยมเลี้ยงเพราะพันธุ์นี้ขึ้นชื่อว่า เชื่องมาก ๆ มีชื่อสายพันธุ์ที่แยกย่อยไปตามแต่ละสีได้อย่างหลากหลาย อาทิ ยามาบูกิ โอกอน (Yamabuki Ogon) สีเหลืองทองอร่าม สีที่ได้รับความนิยมสูงสุด, แพลตตินัม โอกอน (Platinum Ogon) สีขาวสว่าง ผิวมันวาว, ออเร้นจ์ โอกอน (Orange Ogon) สีส้มสด, ฮิ โอกอน (Hi Ogon) สีแดงฉาน และ ซากุระ โอกอน (Sakura Ogon) สีชมพูอมแดงมีลวดลายคล้ายกลีบดอกซากุระโดดเด่นอยู่บนลำตัว
Karasugoi (คาราสึกอย)

สายพันธุ์คาราสึกอย เป็นปลาคาร์ปที่มีลำตัวสีดำล้วน หรือ ดำแบบมีแต้มสีแดง/ส้มบางจุด โทนสีคล้ายอีกา (Karasu) ในบางตัวจะดำสนิททั่วลำตัว มีเพียงแค่บริเวณครีบและส่วนท้องเล็กน้อยที่สีอ่อนกว่าตัว มีทั้งดำด้านและดำเงา ไม่มีลวดลายที่ซับซ้อนดูเรียบ สวย เท่ เสริมสิริมงคลเรื่องการแก้เคล็ด ขับไล่ความอัปมงคลได้ดี อีกทั้งเมื่อนำมาเลี้ยงในบ่อรวมกับลายอื่นแล้วยังช่วยให้ปลาสีอื่นดูเด่นชัดสว่างขึ้นและทำให้คาราสึกอยเข้มขึ้นอีกด้วย เลี้ยงรวมกับสีอะไรก็สวยดูลงตัว ตัดกันดีเลยล่ะ
Bekko (เบคโกะ)

สายพันธุ์เบคโกะ เป็นปลาคราฟที่มี 2 สี เป็นลายจุดดำแต้มอยู่บนพื้นสีอื่น ๆ โดยจุดดำขนาดจะไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ชื่อได้มาจากความคล้ายคลึงของลวดลายบนกระดองเต่าทะเล (Bekko = กระ - กระดองเต่า) มีความเชื่อว่า เมื่อเลี้ยงปลาพันธุ์นี้จะช่วยให้ขจัดสิ่งชั่วร้ายออกไปให้พ้นได้ เพราะสีของปลาที่เด่นชัดด้านพื้นลำตัวสีขาวที่แซมด้วยลวดลายสีดำสนิท เงาวาว อย่างสมดุลสวยงามนั้น ให้ความรู้สึกได้ถึงพลังงานดีเหมือนหยินหยาง ลักษณะเด่นของชิโระ เบคโกะที่ผู้คนนิยมเลี้ยงมากกว่าสีอื่นเลยล่ะ นอกจากนี้ยังมีสายพันธุ์ย่อยอย่าง อะกะ เบคโกะ (Aka Bekko) ที่พื้นลำตัวสีแดงสดประดับด้วยลวดลายสีดำ และ คิ เบคโกะ (Ki Bekko) ลำตัวสีเหลืองสม่ำเสมอประดับลายสีดำสนิท อีกด้วยนะ
Kikokuryu (คิโคะคุริว)

สายพันธุ์คิโคะคุริว เป็นปลาคาร์ปประเภทที่ไร้เกล็ด (Doitsu) ผิวมัววาว สะท้อนแสง มีลวดลายสีดำเด่นคล้ายคุมงริว (Kumonryu) แต่มีความวิบวับมากกว่า โดยเฉพาะบริเวณหัว หลัง และลำตัว มักจะมีเกล็ดเดี่ยวเป็นเส้นแนวสันหลังที่ชัดเจน ซึ่งเป็นปลาคาร์ปสายพันธุ์หนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงของสีและลวดลายได้ง่าย ตามอุณหภูมิของน้ำและสภาพอากาศ เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงที่ชอบความหลากหลาย ความแปลก ให้ความรู้สึกที่แตกต่างได้แม้เลี้ยงปลาพันธุ์เดียว มีเบนิ คิโคะคุริว (Beni Kikokuryu) เป็นสายพันธุ์ย่อยที่คนนิยมเลี้ยงและน้ำไปประกวดโชว์ความสวยงาม
เรียกได้ว่าเป็นปลาเลี้ยงประเภทหนึ่งที่มีสายพันธุ์หลักและสายพันธุ์ย่อยเยอะมาก นับ 100 สายพันธุ์กันเลยทีเดียว ที่เรานำมาให้ได้รับชมนี้เป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นเอง หลัก ๆ แล้วก็จะเป็นพันธุ์ยอดนิยมที่ได้รับความสนใจอยู่บ่อย ๆ มักพบเห็นได้ง่ายตามงานประกวด หากท่านสนใจอยากจับจองเป็นเจ้าของ ซื้อ-ขายผ่านการประมูลที่ได้ทั้งความตื่นเต้น ลุ้นผล และปลาราคาดี ผ่านงานอีเวนต์จากฟาร์มต่าง ๆ บน my.koi.in.th ได้เลยนะคะ